แรงเกินต้าน! เจาะสถิติสุดโหดของ เบนยามิน เชชโก้ ดาวยิงร่างยักษ์ที่ซัดไป 5 ประตูจาก 6 นัดหลังสุด ขึ้นแท่นเบอร์หนึ่งพรีเมียร์ลีกปี 2026 ที่ทำประตูได้มากที่สุดโดยไม่พึ่งจุดโทษ มาดูกันว่าทำไม ไมเคิ่ล คาร์ริค ถึงยังเก็บ “อาวุธลับ” มูลค่า 74 ล้านปอนด์ไว้ที่ข้างสนาม และเกมพบพาเลซอาทิตย์นี้… ถึงเวลาของเขาหรือยัง?

ประตูชัยที่ช่วยให้ แมนยูไนเต็ด บุกชนะ เอฟเวอร์ตัน 1-0 ถึง ฮิลล์ ดิ๊คกินสัน สเตเดี้ยม เมื่อคืนวันจันทร์ ทำให้ เบนยามิน เชชโก้ สถาปนาตัวเองเป็นนักเตะที่ยิงประตูในพรีเมียร์ลีกโดยไม่พึ่งจุดโทษมากที่สุดของปี 2026

5 ประตูจากการลงเล่นเกมลีก 6 นัดหลังสุด เทียบเท่ากับดาวยิงฟอร์มแรงทั้ง ชูเอา เปโดร, วิคตอร์ เยอเคเรส และ อิกอร์ ติอาโก้

ที่มันแตกต่างกันก็คือหัวหอกทีมชาติสโลวีเนียยังไม่เคยลงตัวจริงเลยสักครั้ง นับตั้งแต่ ไมเคิ่ล คาร์ริค เข้ามาคุมทีมแบบขัดตาทัพจนจบฤดูกาล

ครั้งสุดท้ายที่สตาร์วัย 22 ปีได้ลงเป็น 11 คนแรก คือเกม เอฟเอ คัพ รอบ 3 ที่เจ้าตัวยิงตีไข่แตกในเกมพ่ายแพ้ ไบรท์ตัน แบบคาบ้าน

ส่วนหนสุดท้ายที่ลงตัวจริงในพรีเมียร์ลีก เขายิงคนเดียว 2 ประตู ในเกมบุกเสมอ เบิร์นลี่ย์ 2-2

เมื่อ ‘พี่ไมค์’ เข้ามาเป็นกุนซือต่อจาก ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ ศูนย์หน้าเจ้าของส่วนสูง 195 เซนติเมตรก็ยังคงสร้างอิมแพ็คท์ต่อเนื่อง เมื่อยิงไปถึง 3 ประตู

ในเกมพรีเมียร์ลีกที่ แมนยูไนเต็ด บุกเฉือนทีมลูกอม เมื่อคืนวันจันทร์ สิ่งที่หลายคนจับตามองก็คือ เบนยามิน เชชโก้ จะลงตัวจริงหรือยัง ???

อดีตกองหน้าของทีมกระทิงแดง ไลป์ซิก มีส่วนสำคัญไม่น้อยที่ช่วยให้ ไมเคิ่ล คาร์ริค มีผลการอันไฉไลตลอดทั้ง 6 นัดที่เข้ามารับตำแหน่งเฮดโค้ช โดยช่วยให้ แมนยูไนเต็ด ยังเป็นทีมเดียวที่ไร้พ่ายในพรีเมียร์ลีกตั้งแต่ขึ้นศักราชใหม่

เขามีส่วนช่วยวิ่งดึง กาเบรียล มากัลเญส ให้ตามมาประกบตัวเอง จนเปิดทางให้ มาเตอุส คุนญ่า มีพื้นที่ยิงปั่นไซด์โป้งสุดงามจากหน้ากรอบเขตโทษ เป็นประตูชัยบุกชนะ อาร์เซน่อล 3-2

เขาทำประตูชัยให้ทีมเฉือนชนะ ฟูแล่ม 3-2 ในนาทีบาป ทั้งที่สัมผัสแรกตอนรับบอลจาก บรูโน่ แฟร์นันด์ส ยังหันหลังให้ประตูอยู่ด้วยซ้ำ

ต่อมาในเกมบุกเยือน เวสต์แฮม มันเกือบจะเป็นวันที่ ไมเคิ่ล คาร์ริค คุม แมนยูไนเต็ด แล้วเสียท่าเป็นครั้งแรก แต่ดาวยิงเจ้าของเสื้อเบอร์ 30 ก็เป็นคนยิงตีเสมอในนาทีบาปได้อีก

ล่าสุดเขาสับกงล้อตีนจากระยะกว่า 80 หลาเข้าไปจุดนัดพบ แล้วซัดลูกถวายพานจาก ไบรอัน เอ็มเบอโม่ เข้าไปตุงตาข่ายช่วยให้ปีศาจแดงหยิบ 3 แต้มได้อีก

ที่น่าสังเกตก็คือทั้ง 3 ประตูล่าสุดที่ เบนยามิน เชชโก้ ยิงได้ มันคือการทำประตูในจังหวะที่บอลถูกเปิดให้เขาจากฝั่งขวาของสนามทั้งหมด โดย 2 ประตูล่าสุดผู้ที่บรรจงผ่านบอลให้ก็คือ ‘บังโม่’

คำถามคือถึงเวลาหรือยังที่กุนซือปีศาจแดงคนปัจจุบันจะปรับเปลี่ยน 11 ตัวจริง เพื่อให้ดาวยิงทีมชาติสโลวีเนียผู้นี้ได้ออกสตาร์ทบ้าง

คนที่ควรหลุดไปนั่งสำรองอาจจะเป็น อาหมัด ดิยัลโล่ ที่ยังไม่มีประตูหรือแอสซิสต์เลยสักครั้งในยุคของ ไมเคิ่ล คาร์ริค แล้วให้ ไบรอัน เอ็มเบอโม่ สวมบทหน้าขวาตามถนัด

อย่างไรก็ตาม

ดูเหมือนว่า ไมเคิ่ล คาร์ริค ก็ค่อนข้างยึดมั่นกับ 11 ตัวจริงชุดเดิม แถมด้วยผลการแข่งขันที่กำลังไปได้สวย และไม่มีรายการอื่นให้พะวง มันก็พอเข้าใจได้ว่าทำไมอดีตกองกลางทีมชาติอังกฤษถึงไม่ค่อยคิดจะเปลี่ยนแปลงไลน์อัพสักเท่าไหร่

ถ้านักเตะไม่มีปัญหาบาดเจ็บหรือติดโทษแบน เขาจะไม่เปลี่ยนแปลงทีมโดยไม่จำเป็น

‘เอ็มโม่’ ยังรับบท False9 ส่วน อาหมัด ทางขวา มาเตอุส คุนญ่า ยืนทางซ้าย โดยที่ บรูโน่ แฟร์นันด์ส รับบทเพลย์เมกเกอร์ หมายเลข 10 ตามถนัด

MC16 ต้องการใช้แนวรุกที่เคลื่อนที่สลับตำแหน่งกัน เพื่อเหมาะกับวิธีโจมตีแบบโต้กลับเร็วอันช่วยให้กองหน้าตัวเป้าขนานแท้อย่าง เบนยามิน เชชโก้ ไม่ใช่ตัวเลือกแรก

ประตูชัยในเกมล่าสุดแสดงให้เห็นว่า ‘บิ๊กเบน’ มีความสามารถในการสปรินท์สุดกำลังที่เร็วแรงทะลุโลกันตร์เข้าไปจบสกอร์ในจังหวะโต้กลับอย่างเฉียบขาด เหมือนการส่งสัญญาณบอกเจ้านายว่า…มันถึงเวลาแล้วที่ต้องเลือกเขาเป็น 11 คนแรก

หลังจบเกมที่ ฮิลล์ ดิ๊คกินสัน สเตเดี้ยม นักข่าวไปถาม ไมเคิ่ล คาร์ริค ว่ามันถึงเวลาหรือยังที่ดาวยิงค่าตัว 74 ล้านปอนด์จะถูกพิจารณาเป็นตัวจริงบ้าง

คำตอบคือ “ใช่เลย คุณฟังนะ เบน อยู่ในจุดที่ดีในตอนนี้ และเราได้พูดคุยกันอย่างดีมากๆ เกี่ยวกับเรื่องนั้น”

“ความอดทนคือสิ่งสำคัญสำหรับเขา และสำหรับการสร้างเขา ช่วยให้เขาเติบโต และพัฒนาขึ้นในฐานะนักเตะที่นี่”

“แล้วเขาก็อดทนและเข้าใจว่า เขาจะเป็นนักเตะคนสำคัญของเราไปอีกนานแน่นอน ผมมั่นใจเลย เราจึงต้องจัดการเรื่องนั้น”

“เรามีนักเตะแนวรุกที่ดีหลายคน และเขาสร้างความแตกต่างอย่างมากให้กับเราเมื่อได้ลงสนาม แต่แน่นอนว่านั่นคือเรื่องที่เราต้องตัดสินใจกันต่อไปในอนาคต แต่สมดุลในแนวรุกของเรานั้นดีอยู่แล้ว เราจึงต้องเดินหน้ากับมันต่อไป”

ถ้าดูจากคำพูดของ ไมเคิ่ล คาร์ริค มันก็อาจไม่จำเป็นต้องเร่งรีบอะไรให้ เบนยามิน เชชโก้ ลงตัวจริงโดยทันที

แต่หากคิดอีกมุม การให้หัวหอกลูกยีราฟเพิ่งคลอดผู้นี้ เป็นตัวสำรอง เพื่อลงมาสร้างอิมแพ็คท์ก็เหมือนกับว่ามีอาวุธลับชั้นดีไว้สำหรับการแก้เกมได้ทุกนัด

สังเกตให้ดีจะพบว่า ‘จำนวนนาที’ ที่กองหน้าร่างโย่งได้ลงเล่นในช่วงที่ ไมเคิ่ล คาร์ริค คุมทีม มันค่อยๆ เพิ่มขึ้น

ในเกมเปิดบ้านอัด แมนซิตี้ 2-0 เชชโก้ เป็นตัวสำรองที่ไม่ถูกส่งลงสนาม

ในเกมบุกชนะ อาร์เซน่อล 3-2 เชชโก้ ถูกเปลี่ยนตัวลงในนาทีที่ 81

ในเกมเปิดบ้านชนะ ฟูแล่ม และชนะ สเปอร์ส ช่วงเวลาที่ คาร์ริค ส่งดาวยิงหน้าหล่อลงสนาม คือราวๆ 15 นาทีสุดท้าย

ในเกมบุกเสมอ เวสต์แฮม 1-1 เชชโก้ ได้ลงเล่นเร็วขึ้นอีก โดยได้อยู่ในสนาม 21 นาที ไม่รวมช่วงทดเวลาบาดเจ็บ

หลังจากนั้นในเกมบุกชนะ เอฟเวอร์ตัน 1-0 คาร์ริค รีบส่ง เชชโก้ ก่อนจะถึงนาทีที่ 60 เสียอีก

แม้จะยังไม่ได้เป็นตัวจริง แต่ว่าทุกนัดที่ค่อยๆ ผ่านไป ไมเคิ่ล คาร์ริค ใช้งาน เบนยามิน เชชโก้ ให้อยู่ในสนามนานขึ้นเรื่อยๆ

ดังฉะนั้นรับประกันซ่อมได้เลยว่าอีกไม่นานเกินรอ เขาได้ลงตัวจริงแน่ๆ และบางทีอาจหมายถึงเกมปะทะ คริสตัล พาเลซ ในวันอาทิตย์นี้เลย !!!

หน้าแรก


สล็อต365 UFA365 แทงบอล365
UFA365 UFA DIAMOND UFADM8 สมัครฟรี คลิ๊กเลย ➢ https://member.ufadm8.com/register.php
สอบถามเพิ่มเติม 🆔 𝙇𝙄𝙉𝙀 : @dm8v1

UFA365 เว็บพนันออนไลน์


https://ufa365dm8.net/
UFA365D 8xufabet สมัครฟรี คลิ๊กเลย ➢ https://member.8xufabet.com/register.php?mk=365D
สอบถามเพิ่มเติม  𝙇𝙄𝙉𝙀 : @dm8v1