คำตอบที่มาช้าไป 20 ปี: ทำไมโลกเพิ่งเข้าใจความเก่ง ไมเคิ่ล คาร์ริค ในวันที่เขาเป็นโค้ช
หากจะพูดถึงกุนซือที่ทำผลงานได้อย่างน้ำไหลไฟสว่างในนาทีนี้ คงหนีไม่พ้นชื่อของ ไมเคิ่ล คาร์ริค อดีตมิดฟิลด์ที่เคยถูกมองว่าเป็นเพียง “ตัวประกอบ” ในยุคทองของอังกฤษ กำลังพิสูจน์ให้เห็นในบทบาทนายใหญ่ของ”ปีศาจแดง” แมนยูไนเต็ด ว่า ฟุตบอลที่ชาญฉลาดนั้นไม่ต้องส่งเสียงดังเสมอไป คำถามคือ … ทำไมกุนซือ ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นนักเตะที่ถูกมองข้ามและโดนวิจารณ์ว่า “เล่นเพื่อสุขภาพ” ถึงสามารถเปลี่ยนผ่านตัวเองมาเป็นแม่ทัพจอมแท็กติกที่เนื้อหอมที่สุดคนหนึ่งของวงการได้ในเวลาอันรวดเร็ว? ติดตามไปพร้อมกันที่นี่ ความโชคร้ายของการเกิดมาในยุค “พลังงาน” รูนี่ย์แซวแรง แฟนแมนยูรอวันตัดผม กลายเป็นไวรัลกลบฟอร์มในสนาม ไม่แพ้ก็บุญแล้ว! คาร์ริค รับเป็นบทเรียนล้ำค่า แมนยูไนเต็ด รอดตายหวุดหวิด เวสต์แฮม 1-1 แมนยู! เชชโก้ซูเปอร์ซับ, แฟนพันธุ์แท้อดตัดผม! 5 ประเด็นผีไล่ตีเสมอเวสต์แฮม เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า ย้อนกลับไปในช่วงปี 2004-2012 อังกฤษ กำลังบ้าคลั่งกับ มิดฟิลด์ประเภทไดนามิค อย่าง สตีเว่น เจอร์ราร์ด และ แฟรงค์ แลมพาร์ด ผู้คนโหยหาการวิ่งขึ้นลงแบบ Box-to-Box และการตะบันไกลจากระยะ 30 หลา แต่สิ่งที่ ไมเคิ่ล คาร์ริค […]
หากจะพูดถึงกุนซือที่ทำผลงานได้อย่างน้ำไหลไฟสว่างในนาทีนี้ คงหนีไม่พ้นชื่อของ ไมเคิ่ล คาร์ริค อดีตมิดฟิลด์ที่เคยถูกมองว่าเป็นเพียง “ตัวประกอบ” ในยุคทองของอังกฤษ กำลังพิสูจน์ให้เห็นในบทบาทนายใหญ่ของ”ปีศาจแดง” แมนยูไนเต็ด ว่า ฟุตบอลที่ชาญฉลาดนั้นไม่ต้องส่งเสียงดังเสมอไป

คำถามคือ … ทำไมกุนซือ ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นนักเตะที่ถูกมองข้ามและโดนวิจารณ์ว่า “เล่นเพื่อสุขภาพ” ถึงสามารถเปลี่ยนผ่านตัวเองมาเป็นแม่ทัพจอมแท็กติกที่เนื้อหอมที่สุดคนหนึ่งของวงการได้ในเวลาอันรวดเร็ว? ติดตามไปพร้อมกันที่นี่
ความโชคร้ายของการเกิดมาในยุค “พลังงาน”
เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า ย้อนกลับไปในช่วงปี 2004-2012 อังกฤษ กำลังบ้าคลั่งกับ มิดฟิลด์ประเภทไดนามิค อย่าง สตีเว่น เจอร์ราร์ด และ แฟรงค์ แลมพาร์ด ผู้คนโหยหาการวิ่งขึ้นลงแบบ Box-to-Box และการตะบันไกลจากระยะ 30 หลา
แต่สิ่งที่ ไมเคิ่ล คาร์ริค ทำคือการเล่นฟุตบอลแบบ “ประหยัดพลังงาน” เขาจึงถูกมองว่าเฉื่อยชา ซึ่งตามรายงานจากสื่อต่างประเทศในยุคนั้น มักจะให้คะแนนความสามารถของเขาเพียง 5-6 เต็ม 10 เพราะเขาไม่มีภาพจำ
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่หลายคนมองไม่เห็นคือ การยืนตำแหน่งของเขาที่ขัดขวางจังหวะสวนกลับของคู่แข่ง ก่อนที่อันตรายจะมาถึงเสียอีกว่ากันง่าย ๆ คือ คาร์ริค ทำลายเกมรุกคู่ต่อสู้ด้วย “สมอง” ไม่ใช่ “พละกำลัง”
ภาษากายที่ถูกตีความผิด
“เขาเป็นนักบอลอาแปะ” นี่คือประโยคที่แฟนบอลชาวไทยยุคนั้นมักใช้เรียก ไมเคิ่ล คาร์ริค แต่ในเชิงลึกของฟุตบอลสมัยใหม่สิ่งที่เขาทำคือ Recycle Ball หรือการนำบอลกลับมาครอบครองเพื่อเริ่มเกมใหม่
ครั้งหนึ่ง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เคยกล่าวไว้ว่า คาร์ริค คือ “กุญแจดอกสำคัญ” ที่ทำให้ทีมเกิดสมดุล ซึ่งแนวคิดนี้ท่านเซอร์ไม่ได้คิดแค่คนเดียวแต่บทความจาก เดอะการ์เดี้ยนส์ ที่ระบุว่า คาร์ริค คือ มิดฟิลด์ที่เล่นฟุตบอลด้วย “สายตา” เขาเห็นสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น และการจ่ายบอลสั้น ๆ ของเขานั่นแหละ คือการเคลื่อนย้ายแนวรับคู่ต่อสู้ให้เสียกระบวน
เมื่อผู้ปิดทองหลังพระกลายเป็น “สถาปนิกข้างสนาม”
ทำไมเขาถึงคุม แมนยูไนเต็ด ได้ยอดเยี่ยม? คำตอบง่ายมาก … เพราะ คาร์ริคใช้ “วิธีคิด” แบบเดียวกับตอนเขาเล่นฟุตบอลมาใช้ในการเป็นโค้ช
หากเรามอง แมนยูไนเต็ด ชุดปัจจุบัน พวกเขาไม่ได้เล่นบอลสะเปะสะปะ แต่มีการวางโครงสร้างที่ชัดเจน ทุกคนต้องรู้ว่าเมื่อเพื่อนคนหนึ่งขยับ อีกคนต้องไปอยู่ตรงไหน และอีกหนึ่งสิ่งที่ถูกถ่ายทอดออกไปคือ บุคลิก “Ice Man” ให้กับลูกทีม ชั่วโมงนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด กลายเป็นทีมที่เล่นบอลกับพื้นได้อย่างเยือกเย็น แม้จะโดนบีบพื้นที่ ซึ่งนี่ก็เป็นลายเซ็นเดียวกับที่เขาเคยทำสมัยค้าแข้งอยู่
หากพิจารณาจากฟอร์มการคุมทีมที่ดุดันและมีทรงบอลชัดเจน คาร์ริค พิสูจน์ให้เราเห็นว่า “ฟุตบอลไม่ได้เล่นแค่เท้า แต่เล่นด้วยสมอง” ความใจเย็นและวิสัยทัศน์ที่เคยทำให้เขาดูเหมือนส่วนเกินในทีมชาติอังกฤษ กลับกลายเป็น “อาวุธลับ” ที่ทำให้เขาโดดเด่นในฐานะผู้จัดการทีมยุคใหม่
สล็อต365 UFA365 แทงบอล365
UFA365 UFA DIAMOND UFADM8 สมัครฟรี คลิ๊กเลย ➢ https://member.ufadm8.com/register.php
สอบถามเพิ่มเติม 🆔 𝙇𝙄𝙉𝙀 : @dm8v1
https://ufa365dm8.net/
UFA365D 8xufabet สมัครฟรี คลิ๊กเลย ➢ https://member.8xufabet.com/register.php?mk=365D
สอบถามเพิ่มเติม 𝙇𝙄𝙉𝙀 : @dm8v1
